ทุกวันนี้เราตื่นมาเช็กโทรศัพท์ กดเข้าแอปธนาคาร สั่งกาแฟออนไลน์ ไปจนถึงสั่งของจากเว็บต่างประเทศ ทุกอย่างล้วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนตัวของเราแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นแหละ…คือเป้าหมายชั้นดีของเหล่าแฮกเกอร์ เพราะยิ่งคุณใช้ชีวิตออนไลน์มากเท่าไหร่ โอกาสโดนขโมยข้อมูลหรือหลอกให้โอนเงินก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
Cybersecurity หรือ ความปลอดภัยไซเบอร์ จึงไม่ใช่เรื่องของนักไอทีอีกต่อไป แต่คือเรื่องที่ทุกคนต้องรู้จักและระวัง เพราะแค่กดคลิกผิดครั้งเดียว อาจโดนขโมยรหัสผ่าน หรือเงินในบัญชีหายแบบไม่รู้ตัวเลยก็ได้ บทความนี้จะพาไปรู้จักวิธีง่าย ๆ ที่ใครก็ทำได้ เพื่อป้องกันตัวเองจากโลกออนไลน์ที่ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป
สำหรับใครที่ขี้เกียจอ่านยาวๆ อยากรู้แค่เนื้อหาคร่าวๆ กดข้ามที่นี่ได้เลย >>
ทำไมเราต้องแคร์เรื่อง ภัยออนไลน์ Cybersecurity?
หลายคนมักคิดว่า “เราไม่ใช่ดารา ไม่มีเงินเยอะ ใครจะมาแฮกเรา?” แต่รู้มั้ยว่าคนธรรมดาอย่างเรานี่แหละคือเป้าหมายที่ง่ายที่สุด เพราะแฮกเกอร์ไม่ต้องใช้แรงมากในการเข้าถึงข้อมูล ถ้าเราไม่รู้จักป้องกันตัวเองเลย ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ บัตรประชาชน หรือบัญชีธนาคาร ทุกอย่างก็ถูกนำไปใช้ทำเรื่องผิดกฎหมายได้หมด
ภัยออนไลน์ไม่ได้เลือกเหยื่อ แต่เลือกคนที่ประมาท ดังนั้นการรู้เท่าทันภัยไซเบอร์และวิธีป้องกันคือการรับผิดชอบต่อตัวเองและคนรอบข้าง อย่ารอให้ข้อมูลหลุดหรือเงินหายก่อนแล้วค่อยหาวิธีแก้ มาป้องกันก่อนให้ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า
รู้จัก ภัยออนไลน์ ยอดฮิต
ภัยไซเบอร์ที่คนเจอบ่อยที่สุดก็คือ Phishing หรือการหลอกให้กดลิงก์ปลอม เช่น ข้อความว่า “คุณได้รับเงินคืน” หรือ “บัญชีถูกระงับ โปรดคลิก” ถ้าเรากดเข้าไปแล้วใส่ข้อมูล ก็เหมือนเรายื่นบัตรประชาชนหรือรหัสผ่านให้โจรไปเลยง่าย ๆ
นอกจากนี้ยังมี มัลแวร์ ที่แฝงมากับไฟล์ที่เราดาวน์โหลด เช่น จากเว็บดูหนังฟรี หรือแอปเถื่อน เมื่อคลิกติดตั้ง ข้อมูลก็อาจโดนดูดไปหมด หรือโดนล็อกไฟล์เรียกค่าไถ่แบบที่เรียกว่า Ransomware ซึ่งแก้ยากมากและต้องเสียเงินจำนวนมากถึงจะได้ข้อมูลคืน
ตั้งรหัสผ่านให้แข็งแรง
รหัสผ่านเป็นเหมือนกุญแจบ้าน ถ้าใช้รหัสแบบ “123456” หรือ “qwerty” ก็เหมือนใช้กุญแจบิดแล้วเปิดได้เลย แนะนำให้ตั้งรหัสผ่านให้ซับซ้อน เช่น ผสมตัวอักษรเล็ก-ใหญ่ ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษ ที่สำคัญคือไม่ควรใช้รหัสเดิมซ้ำกันในหลายแอคเคานต์
ถ้าจำไม่ไหวจริง ๆ ก็ใช้แอปช่วยจำรหัสผ่านอย่าง Bitwarden, 1Password หรือ Google Password Manager ได้เลย ปลอดภัยกว่าจดไว้ในสมุดหรือถ่ายรูปเก็บในมือถือแน่นอน เพราะถ้าใครได้เครื่องเราไป ข้อมูลทั้งหมดก็เหมือนเปิดโล่งให้เห็นทุกอย่าง
เปิดการยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน (2FA)
การเปิดระบบ Two-Factor Authentication (2FA) คือการเพิ่มล็อกอีกชั้นให้บัญชีของเรา ถึงแม้แฮกเกอร์จะรู้รหัสผ่าน แต่ถ้าไม่มีโค้ดยืนยันที่ส่งมาทาง SMS หรือแอปยืนยันตัวตน ก็เข้าไม่ได้ เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลมาก
บริการยอดนิยมอย่าง Facebook, Google, Instagram หรือแอปธนาคารต่าง ๆ รองรับ 2FA กันหมดแล้ว ลองเข้าไปเปิดใช้งานในเมนูความปลอดภัยดูได้เลย ทำครั้งเดียว แต่ป้องกันความเสี่ยงได้มหาศาลจริง ๆ
อย่าคลิกลิงก์มั่ว
ไม่ว่าจะเป็นอีเมลหรือข้อความทางไลน์ ที่ส่งลิงก์แปลก ๆ มาให้ อย่าคลิกทันทีโดยไม่ตรวจสอบ โดยเฉพาะถ้าเป็นลิงก์ที่อ้างว่าเป็นของธนาคารหรือหน่วยงานรัฐ เพราะหลายครั้งจะเป็นของปลอมที่หน้าตาเหมือนของจริงเป๊ะ ๆ
วิธีเช็กง่าย ๆ คือดูชื่อโดเมน ถ้าสะกดผิด หรือมีชื่อแปลก ๆ เช่น go0gle.com หรือ bangk00kbank.net ก็อย่าไปเสี่ยงดีกว่า ลบทิ้งไปเลย และถ้ามีข้อสงสัย ให้ติดต่อสายด่วนของหน่วยงานนั้นโดยตรง อย่าโต้ตอบผ่านลิงก์หรืออีเมลเด็ดขาด
ใช้ซอฟต์แวร์แท้ และอัปเดตตลอดเวลา
การใช้งานโปรแกรมหรือแอปเวอร์ชันเถื่อน แม้จะดูฟรีและง่าย แต่แฝงไปด้วยความเสี่ยงสูงมาก เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่ามีมัลแวร์ฝังอยู่ข้างในหรือไม่ ทางที่ดีคือใช้ซอฟต์แวร์แท้จากผู้ให้บริการโดยตรง และหมั่นอัปเดตให้ทันสมัยเสมอ
การอัปเดตโปรแกรมไม่ได้แค่เรื่องฟีเจอร์ใหม่เท่านั้น แต่ยังช่วยอุดช่องโหว่ความปลอดภัยด้วย ถ้าเราไม่อัปเดต ก็เหมือนเปิดช่องให้แฮกเกอร์เข้ามาเจาะระบบได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องฝืนอะไรเลย
หลีกเลี่ยง Wi-Fi สาธารณะ หรือใช้งานผ่าน VPN
Wi-Fi สาธารณะ เช่น ตามห้าง ร้านกาแฟ หรือสนามบิน อาจดูสะดวกและฟรี แต่จริง ๆ แล้วมีความเสี่ยงสูงมาก เพราะแฮกเกอร์สามารถสร้างจุดปล่อย Wi-Fi ปลอมเพื่อดักข้อมูลได้ง่าย ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว
หากคุณชอบเล่น หวยไว หรือใช้บริการ เว็บหวยออนไลน์ถูกกฎหมาย ผ่านมือถือหรือแท็บเล็ต แนะนำให้เชื่อมต่อผ่าน VPN เสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่คุณไม่มั่นใจในความปลอดภัยของเครือข่าย เพราะการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงินหรือกรอกข้อมูลส่วนตัวในที่สาธารณะ ยิ่งต้องระวังภัยออนไลน์ให้มากขึ้น
สังเกตพฤติกรรมบัญชีออนไลน์
ถ้าบัญชีของคุณเริ่มมีการแจ้งเตือนแปลก ๆ เช่น มีการล็อกอินจากอุปกรณ์ที่ไม่เคยใช้ หรือมีคนเปลี่ยนรหัสผ่านโดยที่คุณไม่ได้ทำ แปลว่ามีโอกาสสูงมากที่บัญชีจะถูกเข้าถึงแล้ว รีบเปลี่ยนรหัสผ่านและออกจากระบบทุกอุปกรณ์ทันที
ควรหมั่นตรวจสอบการใช้งานบัญชีหลัก ๆ อย่าง Facebook, Gmail, Apple ID หรือแอปธนาคารเป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อให้รู้ทันว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้อมูลของเรา และลดความเสี่ยงก่อนจะสายเกินไป
แล้วถ้าโดนแฮกไปแล้ว ต้องทำยังไง?
หากรู้ตัวว่าโดนแฮกหรือข้อมูลรั่วไหล อย่าตกใจ รีบ เปลี่ยนรหัสผ่านทุกบัญชีทันที โดยเฉพาะบัญชีที่เชื่อมโยงกัน เช่น ใช้ Gmail ล็อกอินหลายแอป ต้องเปลี่ยนทุกที่ รวมถึงเปิด 2FA หากยังไม่ได้ทำ
แจ้งธนาคาร ปิดบัตร หยุดการทำธุรกรรม และถ้าเป็นเรื่องร้ายแรง เช่น โดนแฮกเงิน โดนขโมยข้อมูลบัตรเครดิต หรือถูกนำไปใช้ผิดกฎหมาย ให้รีบ แจ้งความ และติดต่อแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยระงับบัญชีหรือธุรกรรมทันที
สรุปสั้น ๆ ให้จำง่าย
- ตั้งรหัสผ่านให้ซับซ้อน และไม่ซ้ำกัน
- เปิดระบบยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอนทุกแอป
- อย่าคลิกลิงก์มั่ว ๆ จากคนแปลกหน้า
- ใช้ซอฟต์แวร์แท้และอัปเดตเสมอ
- หลีกเลี่ยง Wi-Fi ฟรีโดยไม่ใช้ VPN
- ตรวจสอบพฤติกรรมบัญชีตัวเองบ่อย ๆ